health article
      
home / all about health / health article

โรคลำไส้แปรปรวน

Posted: 21-ก.พ.-2555


 
              โรคลำไส้แปรปรวน หรือ  Irritable Bowel Syndrome (IBS) เป็นโรคที่มีการกล่าวถึงมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในประเทศไทยพบได้ประมาณร้อยละ 15  โดยผู้ป่วยจะมาด้วยอาการปวดท้องร่วมกับมีการขับถ่ายที่ผิดปกติไป โดยอาจจะมีอาการท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับกับท้องเสียก็ได้ ซึ่งอาการปวดท้องมักจะปวดบีบเกร็งบริเวณท้องน้อยด้านล่างโดยเฉพาะด้านซ้ายและอาการมักจะดีขึ้นหลังจากถ่ายอุจจาระ ร่วมกับอาจมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอุจจาระ เช่น ถ่ายเป็นน้ำหรืออุจจาระเป็นก้อนแข็ง ถ่ายมีมูก โดยไม่ควรมีสัญญาณอันตราย ได้แก่ น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด  มีไข้ หรือคลำได้ก้อน  ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการแน่นท้อง มีแก็ส หรือถ่ายไม่สุดได้ด้วย
 โรคลำไส้แปรปรวนเป็นโรคเรื้อรังอาจมีอาการเป็นปีหรืออาจเป็นตลอดชีวิต เป็นโรคที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่เป็นโรคที่สร้างความรำคาญให้ผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจะวิตกกังวลว่าทำไมโรคไม่หายแม้ได้ยารักษาหรือมีอาการเป็นๆหายๆ และบางครั้งจะรบกวนการทำงานของผู้ป่วย
 
สาเหตุ แม้จะเป็นโรคที่พบได้บ่อยแต่ปัจจุบันก็ยังไม่พบสาเหตุที่แน่นอน ซึ่งเชื่อว่าเกิดสาเหตุน่าจะมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
              -  การบีบตัวของลำไส้ที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงกว่าปกติ และมักจะตอบสนองไวต่อความเครียด
              -  การรับรู้ของระบบทางเดินอาหารไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ โดยตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อย คือ อาหาร ความเครียด การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ซึ่งจะทำให้มีการบีบตัวของลำไส้เปลี่ยนแปลงไปแล้วก่อให้เกิดอาการ
              -  ภาวะหลังการติดเชื้อ เนื่องจากพบผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีอาการลำไส้แปรปรวนตามหลังการติดเชื้อทางเดินอาหาร ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อทำลายเยื่อบุลำไส้มีผลต่อเส้นประสาทที่ลำไส้เกิดความไวต่อสิ่งกระตุ้น
              -  ภาวะจิตใจ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มีภาวะวิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น
 
การวินิจฉัย อาศัยอาการเป็นหลัก แต่แพทย์อาจทำการตรวจเพิ่มเติมในรายที่มีอาการสัญญาณเตือน อายุมากกว่า 50 ปี หรือมีประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว โดยแพทย์อาจจะทำการตรวจเลือด ตรวจค่าไทรอยด์ ตรวจอุจจาระ ตรวจเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ หรือส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
 
การรักษา เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของโรคชัดเจน ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการผู้ป่วยเป็นหลัก การรักษาที่พบว่าได้ประโยชน์ ได้แก่
- อาหาร เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีอาการหลังจากรับประทานอาหารบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น จึงแนะนำให้ทำไดอารี่ของอาการซึ่งอาจจะช่วยให้ทราบถึงชนิดของอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นได้ และแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ อาหารที่พบว่าทำให้เกิดอาการบ่อยได้แก่ อาหารที่มีไขมันมาก อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ ของดอง น้ำอัดลม เป็นต้น และการทานอาหารควรทานทีละน้อยแต่ทานให้บ่อยขึ้น ไม่ควรกินจนอิ่มมาก ก็อาจจะช่วยลดอาการได้
- ยา ส่วนใหญ่จะเป็นยารักษาตามอาการ เช่น ท้องผูกอาจจะให้ไฟเปอร์หรือยาระบายทาน ถ้าท้องเสียให้ยาลดการถ่าย ส่วนอาการปวดท้องก็ให้ยาลดการบีบเกร็งลำไส้ อาการอืดแน่นท้องจากแก็สให้ยาขับแก็สรวมถึงมีการให้ยากลุ่มยาปฏิชีวนะหรือยา Probiotic ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ดีเพื่อเข้าไปปรับสมดุลของแบคทีเรียในร่างกายก็ช่วยลดอาการได้ 
- รักษาสภาวะจิตใจ เนื่องจากความเครียดมีผลต่อโรค จึงควรผ่อนคลายความเครียดทำใจให้สบาย รวมทั้งอาจมีการให้ยารักษาโรคซึมเศร้าก็สามารถช่วยได้เช่นเดียวกัน
 
              เนื่องจากโรคลำไส้แปรปรวนมีแนวโน้มจะกลับมามีอาการอีกเมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงแนะนำให้ปรับการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตนดังกล่าวไปตลอด นอกจากจะทำให้อาการลดลงแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการขึ้นใหม่ได้อีกด้วย 
 
ด้วยความปรารถนาดีจาก พ.ญ. ศศิณี ทองประเสริฐ
อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
   

 all about health
Copyright © 2011 Samitivej PCL. All rights reserved. terms of use | sitemap